แนวคิดและข้อมูลกองทุน การเงิน สำหรับการพัฒนาชุมชน

แนวคิดสำหรับการใช้ประโยชน์จากกองทุน และการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ให้ได้ตามเป้าหมาย และความประสงค์ของคนในชุมชน

ขั้นตอนการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน

ปัญหาในการพัฒนาชุมชนนั้นมีด้วยกันหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละบุคคลในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะทางด้านภาครัฐที่ไม่เคารพการตัดสินใจของคนในชุมชน ถึงแม้จะมีรัฐธรรมนูญระบุให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม อีกทั้งคนในชุมชนยังขาดกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การมองปัญหา การแก้ปัญหา ยังเป็นลักษณะแก้ผ้าเอาหน้ารอด เมื่อคนในพื้นที่หนึ่งประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา ทุกคนก็เอาอย่างกัน แบบไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เกิดความล้มเหลวในการพัฒนาชุมชนของตน ทางด้านภาครัฐเองก็ต้องการให้คนในชุมชนเป็นไปตามที่ต้องการ โดยไม่สนใจว่าคนในชุมชนจะคิดอย่างไร ถ้ารัฐยังมองการแก้ปัญหาแบบสูตรสำเร็จ และบอกว่าต้องนี้ถึงจะใช่ โดยไม่ใช้มิติของความแตกต่าง ความหลากหลาย การเคารพความคิดเห็นของคนในพื้นที่ การแก้ปัญหาสังคม ความยากจนที่รัฐบาลทุกรัฐบาลอยากเห็น คงเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินเอื้อมถึง
การใช้แผนแม่บทชุมชนเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ต้องเริ่มที่ภาครัฐต้องยอมรับความคิดเห็นของพี่น้องชุมชนเสียก่อน แล้วไปหนุนเสริมการจัดกระบวนการ ที่เป็นไปเพื่อเอื้อให้พี่น้องชุมชน ลุกขึ้นมาจัดการตัวเองให้ได้ โดยมีหลักอยู่ 10 ขั้นตอน ดังนี้
1.ค้นหาแกนนำและองค์กรท้องถิ่น สร้างทีมงานที่ริเริ่มขบวนการจัดทำแผนแม่บท และสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนร่วมกัน
2.จุดประกายความคิด ปิดประเด็นเพื่อหาคนมาทำงานร่วม นำประเด็นปัญหาต่าง ๆ วิกฤติที่เกิดขึ้นในชุมชนมาหารือกันสร้างความหวังที่จะอยู่รอดร่วมกัน
3.ศึกษาประวัติชุมชนให้ทุกคนเห็นคุณค่า ได้แนวร่วมเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้ผู้คนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชน
4.สำรวจ รวบรวมข้อมูล การเก็บข้อมูลครัวเรือน จะได้ข้อมูลที่ดี ชัดเจน มีประโยชน์
5.วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ช่วยกันหาทางออก โดยใช้หลักการที่ว่าปัญหาของใคร คนกลุ่มนั้น ต้องช่วยกันแก้ ใครถนัดงานด้านไหน มอบให้เป็นผู้รับผิดชอบงานตามที่เขาถนัด
6.ยกร่างแผนแม่บทชุมชนได้แผนงานในระดับที่จัดการกันเองในระดับชุมชน
7.ประชาพิจารณ์แผนแม่บทชุมชน การแก้ระเบียบ กฎเกณฑ์ ให้เหมาะสมกับการทำงาน
8.นำแผนไปสู่การปฏิบัติ โดยมอบให้ตัวแทนแต่ละเรื่อง แต่ละกิจกรรมที่เขาต้องการ นำไปบริหารจัดการด้วยตนเอง
9.ทบทวนปรับปรุง ปรับปรุงได้ตลอดเวลา เมื่อนำแผนแปลงสู่การทำงาน
10.ประเมินผล สรุปบทเรียนการทำงาน ชุมชนได้อะไรบ้างกับการแก้ปัญหา ด้วยแผนชุมชนถอดเป็นชุดประสบการณ์ความรู้ เพื่อเป็นข้อมูลในการทำงานต่อไป

กองทุนฟื้นฟูชำระหนี้สินของเกษตรกร

เกษตรกรไทยรายย่อยต่างประสบปัญหาภาระหนี้สิน  โดยเฉพาะในยุคที่กระแสการปลูกพืชเชิงเดี่ยวกำลังไหลบ่าท่วมหมู่บ้าน ส่งผลให้เกษตรกรต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าภาครัฐจะดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อเกษตรกรที่ยากจน แต่กลับพบว่าทำให้เกษตรกรมีอุปสรรคมากขึ้น ทำให้ภาครัฐต้องหาสาเหตุในการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ปัญหาหนี้สินเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนโดยภาพรวมนับว่าเป็นปัญหาใหญ่  สาเหตุหลักนั้นเราต้องพิจารณาว่าการลงทุนของเกษตรกรนั้นต้องใช้ทุนมาก ดังนั้นผู้ที่มีหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ 100% เป็นหนี้กันหมด รวมทั้งการใช้หนี้ผิดประเภท เช่น ค่าใช้จ่ายในการศึกษาของลูก เป็นต้น พักหลังเกษตรกรที่สามารถกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษาได้นั้นพบว่าจะมีปัญหาหนี้สินตรงนี้น้อยลง

ราคาพืชผลทางการเกษตรนั้น มีส่วนเชื่อมโยงกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ผลจากการเปิดเสรีการค้า หากปีไหนราคาสินค้าเกษตรดี เกษตรกรก็สามารถส่งเงินชำระเจ้าหนี้ได้  แต่ช่วงหลังพบว่าเกษตรกรมีหนี้สะสมแพงมากขึ้น คือการเอาหนี้ที่มีอยู่ไปปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งยอดหนี้เท่าเดิม และขยายเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น บางรายอาจจะได้เงินทุนอีกก้อนไว้ลงทุนใหม่

กรณีการดำเนินการของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ไปซื้อหนี้เกษตรกรจากสถาบันเจ้าหนี้ มีผลดีต่อเกษตรกร โดยการชำระหนี้ครึ่งหนึ่งให้แก่เกษตรกร หลังจากนั้นเกษตรกรก็จะต้องมาผ่อนชำระหนี้ส่วนนั้นกับกองทุนฟื้นฟูฯ โดยกองทุนฟื้นฟูคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระต้องไม่เกิน 20 ปี ขณะที่สหกรณ์นั้น ส่วนของเงินต้นกองทุนฟื้นฟูฯจะชำระหนี้แทนเกษตรกรครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งที่เหลือกรมส่งเสริมสหกรณ์โดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจะเป็นผู้จัดการ ส่วนสหกรณ์จะได้ดอกเบี้ยเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ย 5%

ปัญหาคือบางชุมชนยังไม่รู้และไม่เข้าใจรายละเอียด ไม่รู้ว่ามีระเบียบนี้อยู่ และเมื่อชาวบ้านมายื่นเรื่องขอกู้ก็ได้รับการปฏิเสธ ขณะเดียวกันตัวกองทุนเองนั้นก็ไม่มีความชัดเจน ไม่มีส่วนใดที่จะลงมาดูแล เพราะการประชาสัมพันธ์มีน้อยมาก ดังนั้นทางด้านสหกรณ์ควรให้ความร่วมมือทำตามข้อตกลงนั้นเพื่อช่วยฟื้นฟูฐานะเกษตรกรในชุมชนของตน

โครงการช่วยเหลือชุมชนให้มีรายได้อย่างยืน

12492109081249216949l
ความจำเป็นในการสร้างความเชื่อมโยงของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นฐานการลงทุนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อันจะช่วยปูพื้นฐานการวางบทบาทการพัฒนาประเทศในภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ บนพื้นฐานการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยอาศัยศักยภาพของพื้นที่เศรษฐกิจที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ ควบคู่กับโครงข่ายบริการพื้นฐานที่มีครอบคลุมค่อนข้างทั่วถึงอยู่แล้ว ในการพัฒนาเตรียมประเทศเป็นประตูเศรษฐกิจของภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างเป็นระบบเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

การพัฒนาที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาในด้านความเจริญเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ และปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต มองกันที่อุตสาหกรรม เน้นความเจริญทางวัตถุจนเกิดผลร้ายต่อธรรมชาติแวดล้อม เป็นการพัฒนาที่ไม่สมดุลทำให้ธรรมชาติร่อยหรอและเกิดปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาสภาพแวดล้อม ปัญหาสังคมและปัญหาสภาพจิตใจ จึงเป็นการพัฒนาที่ผิดพลาด กำลังจะทำให้โลกสู่หายนะ และความพินาศ เพราะเป็นการพัฒนาที่เสียสมดุลทำให้โลกไม่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยและอาจจะอยู่อาศัยไม่ได้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน จึงเกิดแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการพัฒนาใหม่ โดยเปลี่ยนวิธีการพัฒนาโดยใช้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา

โครงการพัฒนาแบบองค์รวมในระดับหมู่บ้านเพื่อขจัดปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ ไม่ใช่การแก้ที่ปลายเหตุด้วยวิธีการช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์ซึ่งเป็นวิธีเก่าๆ ที่ไม่ได้ผล ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่จะสามารถขจัดความยากจนได้ คือ การเปลี่ยนจากความช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์ไปสู่การส่งเสริมให้ชาวบ้านมีทักษะในการทำธุรกิจ โดยใช้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของโครงการของชาวบ้าน ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ระดมความร่วมมือจากชาวบ้านในการวางแผน การดำเนินโครงการ ไปจนถึงการติดตามและประเมินผล สามารถสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างหมู่บ้านในชนบทกับผู้สนับสนุนโครงการ ซึ่งอาจเป็นบุคคล ครอบครัว องค์กร หรือบริษัทธุรกิจต่างๆ ซึ่งโครงสร้างของโครงการจะช่วยให้บริษัทที่มีแนวคิดในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อช่วยให้ชาวบ้านริเริ่มธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจชุมชนได้

การพัฒนาชุมชนเพื่อที่จะให้ชุมชนกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

16

การพัฒนาชุมชนเป็นการมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในแต่ล่ะชุมชนโดยให้เกิดการพัฒนาในทุกๆด้านไปพร้อมกัน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมืองการปกครองและระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้น ซึ่งการพัฒนาชุมชนนั้นมีกระบวนการขั้นตอนในการดำเนินการทั้งนี้การพัฒนาชุมชนตั้งอยู่บนพื้นฐานของบริบทของแต่ล่ะชุมชนที่มีความแตกต่างกันเช่น สภาพภูมิประเทศ วัฒนธรรม ความเชื่อ จึงส่งผลให้การพัฒนามีความแตกต่างกันในแต่ล่ะชุมชน  ในการที่เราจะพัฒนาชุมชนให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องทำให้ชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืนจะต้องพัฒนาจากระดับรกฐาน เพื่อความมั่นคงและในการพัฒนาชุมชนเพื่อที่จะให้ชุมชนกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้นั้น เราจำเป็นต้องพัฒนาชุมชนโดยอาศัยสินทรัพย์ชุมชนเป็นฐานโดยเริ่มจากการมองว่า มนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์อยู่ในตัวไม่อย่างใดอย่างหนึ่งและมีคุณค่าต่อผู้อื่นด้วย  ในชุมชนที่เข้มแข็งมีความตระหนักถึงคุณค่าของศักยภาพเหล่านั้น จะสามารถนำศักยภาพและคุณค่าของสิ่งนั้นนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในขณะที่ชุมชนอ่อนแอไม่ตระหนักว่าคนในชุมชนมีคุณค่า จึงสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาล ดังนั้นความเข้มแข็งของชุมชนจะเกิดขึ้นได้ถ้ามีผู้คนจำนวนมากในชุมชนที่อุทิศตนเพื่อชุมชนเป็นสุข

การพัฒนาชุมชนที่อาศัยสินทรัพย์ของชุมชนเป็นรากฐานเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของชุมชนอย่างยั่งยืนและมีความหมาย  มาจากภายในชุมชนเองเสมอ  ผู้เชี่ยวชาญก็มิใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นสมาชิกของที่นั้นร่วมกันจุดประกายขึ้นมา โดยเน้นที่ขุมพลังและความสามารถของชุมชนมากกว่าปัญหาและความขาดแคลนของชุมชนจะต้องมองโลกในแง่ดีมองที่ตัวสมาชิกแต่ละคนว่ามีความสามารถและพรสวรรค์และใช้ความสามารถที่มีอย่างมีคุณค่า แล้วสร้างสัมพันธภาพระหว่างความสามารถของแต่ละคน สมาคม องค์กรและเครือข่าย ต้องเปลี่ยนความคิดแนวทางการพัฒนาชุมชนจากแบบดั้งเดิมที่คิดและทำจากบนลงลาง  ริเริ่มจากภายนอกสู่ภายในใช้ความอ่อนแอเป็นฐานคิดว่าคนในใช้การไม่ได้ต้องพึงภายนอกให้เปลี่ยนแนวทางการพัฒนา  โดยคิดและทำจากล่างสู่บน  ใช้ความเข้มแข็งเป็นฐาน  คิดว่าคนในชุมชนมีสติปัญญาความสามารถงานสำเร็จโดยสมาชิกในชุมชน เราต้องเริ่มจากฐาน คือ สินทรัพย์ชุมชน  ขุมพลังชุมชนต้องมองอย่างจริงจังว่าคืออะไรอยู่ที่ไหนสำคัญอย่างไร มีเท่าไหร่ จะเอามาใช้อย่างไรเพราะในชุมชนจะมีทุนชุมชน ซึ่งก็จะมีต้นทุนทางวัฒนธรรม  ทุนทางธรรมชาติ  ทุนทางสังคม ทุนมนุษย์ ทุนสิ่งปลูกสร้าง ทุนด้านการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกร่วมกันเป็นทุนชุมชนจะมีอยู่ในทุกชุมชนขึ้นอยู่กับว่าชุมชนนั้นๆ จะมองเห็นและค้นหาออกมามากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากแต่การพัฒนาที่เกิดขึ้นเป็นการพัฒนาที่มองข้ามทุนชุมชนจึงส่งผลให้เกิดปัญหาอันเนื่องจากมองข้ามหรือค้นหาทุนที่มีอยู่ในชุมชน สนใจเพียงปัจจัยภายนอกละเลยศักยภาพชุมชนส่งผลในการดำเนินการพัฒนา

จุดแข็งของหมู่บ้านต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านการบริหารกองทุนหมู่บ้าน

กองทุนหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านได้มีส่วนในการช่วงกันสร้างพลังให้แก่ชุมชน ช่วยฝึกด้านการบริหารจัดการ ความสามัคคี เพราะ โอกาสดังกล่าวหากได้มาแล้วจัดการไม่ดี ก็จะเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประเทศ และทำให้ความสามัคคีที่เคยมีในชุมชนเกิดการแตกแยก

ในชุมชนควรค่อยๆเรียนรู้กระบวนการพัฒนา โดยการศึกษาจากหมู่บ้านต้นแบบเพื่อมาประกอบการเตรียมความพร้อมในชุมชนของตนเอง ไม่ควรเร่งรีบจนเกินไป ควรค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จากการศึกษาจากหมู่บ้านต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านการบริหารกองทุนหมู่บ้านพบว่ามีจุดแข็งต่างๆ ดังนี้
1.หมูบ้านเริ่มจากการพัฒนาด้วยกิจกรรมเล็กๆ มีการพัฒนาที่เริ่มต้นมาจากชุมชน โดยการสนับสนุนจากภายนอกเป็นแค่แรงเสริมเท่านั้น เป็นหมู่บ้านที่มีรากฐานมั่นคงไม่สั่นคลอนง่ายต่อปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้
2.มีผู้นำที่โดดเด่นทางด้านความคิด และการลงมือปฏิบัติ เพราะผู้นำชุมชนเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนาขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้นำที่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน มีความพยายามที่จะกระตุ้นและเปิดโอกาสให้ผู้นำในลำดับรองๆ ลงมาได้แสดงบทบาท ความรับผิดชอบ อันเป็นจุดเริ่มที่ทำให้กระบวนการพัฒนาก้าวหน้าขึ้น
3.ประสบการณ์ที่มีมา แสดงให้เห็นศักยภาพในการพัฒนา มีการล้มเหลวและประสบความสำเร็จมาก่อน กว่าที่จะสามารถพัฒนากลุ่มให้มีทิศทาง และรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนตนเองได้
4.มีความสามารถในการบริหารเงินทุน หมู่บ้านที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารให้มีความชัดเจนโปร่งใส จะทำให้บริหารกองทุนหมู่บ้านได้ไม่ยาก
5.มีความสามารถในการนำกองทุนมาบริหารธุรกิจชุมชน ชุมชนไหนชาวบ้านรวมตัวกันทำธุรกิจชุมชน มีการระดมหุ้น ระดมเงินออม หรือขายผลผลิตร่วมกันมาก่อน รู้จักวิธีรวมตัว ต่อรอง เป็นชุมชนที่เชื่อมั่นได้ว่าจะมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี
6.มีการจัดการเอกสารอย่างมีระบบ มีหลักฐานชัดเจน เหมาะที่จะเป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพราะสามารถแสดงให้ชาวบ้านจากที่อื่นๆ ที่ต้องการมาศึกษาเรียนรู้ สามารถเข้าใจได้ง่าย มีประเด็นในการแลกเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดเจน จนนำไปสู่การปฏิบัติได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้คนในชุมชนเข้าใจได้ง่าย
7.ยินดีที่จะเสียสละเวลาในการอธิบายเรื่องราวต่างๆให้กับชุมชนอื่นได้เข้าใจแผนงานด้วยความเต็มใจ