แนวคิดและข้อมูลกองทุน การเงิน สำหรับการพัฒนาชุมชน

แนวคิดสำหรับการใช้ประโยชน์จากกองทุน และการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ให้ได้ตามเป้าหมาย และความประสงค์ของคนในชุมชน

การวางแผนธุรกิจภายในชุมชน

สินค้าของธุรกิจภายในชุมชน เป็นสินค้าแบบซื้อมาขายไป หรือเป็นการแปรรูปจากวัสดุภายในท้องถิ่น หรือมีสินค้าที่ทำเหมือนๆกัน เช่น เราไปเพชรบุรีเราก็จะเจอขนมหม้อแกงในละแวกเดียวกัน และสินค้าแต่ละอย่างก็มาจากการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นทำให้ไม่มีการพัฒนา ไม่มีการคิดค้น ไม่มีการพัฒนาให้เกิดการได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ เมื่อไม่มีข้อแตกต่างทำให้ผู้ขายต่างลดราคาสินค้าจนทำให้ขาดทุน และล้มเหลวในธุรกิจ

ในปัจจุบันโครงการที่ได้รับการสนับสนุนในชุมชนมีหลายโครงการ โดยมีโครงการขนาดเล็กและโครงการขนาดย่อม ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก ความพิเศษของการลงทุนในธุรกิจขนาดย่อม คือ การได้ทำให้ความฝันในการเริ่มต้นธุรกิจของบุคคลที่มีรายได้น้อยเป็นจริง ในชุมชนเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือด้านเงินทุนในการทำธุรกิจของตนเอง เพราะคนในชุมชนมีรายได้น้อยทำให้ไม่ได้รับการปล่อยเงินกู้จากธนาคาร

การดำเนินธุรกิจในชุมชนไม่ต่างจากการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กมากนัก ใช้วิธีการบริหารธุรกิจในแบบเดียวกัน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ธุรกิจมีสินค้าที่ดี มีการจัดการที่ดี เจ้าของกิจการเป็นคนเก่งในด้านนั้นๆ แต่กลับไม่มีกลยุทธ์ในการขายสินค้า จึงทำให้สินค้าไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ เมื่อลูกค้าไม่ซื้อ การวางแผนด้านการตลาดจึงมีความสำคัญ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ธุรกิจเล็กๆในชุมชนก็ตาม

สินค้าภายในชุมชนมักจะขายสินค้าเหมือนๆกัน เมื่อสินค้าเหมือนกับชุมชนอื่นๆ คู่แข่งก็จะเยอะตามไปด้วย ทำให้โอกาสในการที่ลูกค้าจะมาซื้อสินค้าน้อยลงไปด้วย ดังนั้นควรแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสินค้าให้แตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้ธุรกิจโดดเด่นมากขึ้น เช่น การทำสินค้าที่แตกต่างออกไปเลย คิดใหม่ ทำใหม่ สร้างอะไรใหม่ๆ ออกมาเลย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการคิดค้น และมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่หากสินค้าเป็นความต้องการของตลาด ก็จะทำให้สินค้ามีโอกาสขายมากกว่าคนอื่น และตรงกับความต้องการ

อย่างไรก็ตามการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นในชุมชน หรือธุรกิจขนาดใหญ่ก็ตามควรมีการวางแผนธุรกิจเป็นอย่างดี และหากมีการแบ่งปันความรู้ให้กับคนในชุมชนจะทำให้ธุรกิจมีความก้าวหน้าทั้งในชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย

นโยบายเร่งด่วนจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชน

ปัญหาความยากจน เป็นปัญหาเรื้อรังที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องรีบแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน การพัฒนาประเทศมุ่งเน้นแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ทำให้เกิดช่องว่างความยากจนมากขึ้น ทำให้เกิดความอ่อนแอในสังคม เป็นเหตุให้ปัญหาต่างๆตามมามากมาย รัฐบาลมองเห็นขีดความสามารถและทักษะการทำงานของชาวบ้าน จึงกำหนดนโยบายกองทุนหมู่บ้านเพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความยากจน โดยกระบวนการชุมชนมุ่งเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง และชุมชนที่เข้มแข็งให้ยั่งยืนต่อไป

กองทุนหมู่บ้านและชมชนเมือง

เป็นกองทุนที่เกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่หมู่บ้านและชุมชนเมืองตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนภายในหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน ให้มีขีดความสามารถจัดระบบบริหารจัดการเงินทุนของตนเอง เสริมสร้างกระบวนการพึ่งพาตนเองของหมู่บ้าน ชุมชนในด้านการเรียนรู้ การสร้างและพัฒนาความคิดริเริ่มเพื่อแก้ไขปัญหา เสริมสร้างขีดความสามารถ  และส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต หากรัฐบาลต้องการพัฒนากองทุนหมู่บ้านให้ไปสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนได้อย่างมั่นคง มีความจำเป็นที่รัฐบาลและสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล จักต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาในอีกหลายมิติ

นโยบายเร่งด่วนที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนในระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้การกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งประเทศดีขึ้น นโยบายกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้วยภูมิปัญญาของตนเองจากนั้นรัฐบาลจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฝึกอบรมความรู้ในด้านต่างๆให้กับประชาชนในหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนเข้าใจการบริหารการจัดการกับกองทุนที่ได้รับมานี้อย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้น ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชนนี้ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนต่อไป

ปรัชญาของกองทุนหมู่บ้าน

1.เสริมสร้างความรัก หวงแหน ความรับผิดชอบของชุมชนและท้องถิ่น
2.ชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคต และจัดการหมู่บ้าน ชุมชน ด้วยคุณค่าและภูมิปัญญาของตนเอง
3.เกื้อกูลประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน ชุมชน
4.เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ ภาคราชการ เอกชน และประชาสังคม
5.กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและพัฒนาประชาธิปไตยพื้นฐานรากแก้วของชุมชน
6.เสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของหมู่บ้าน ชุมชน

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในชุมชนให้ดีขึ้น

การพัฒนาชุมชนในรูปแบบที่ยั่งยืน
การพัฒนาในประเทศที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยเชื่อว่าหากเศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้นระดับรายได้ของประชากรของประเทศก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลให้มาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชนสูงขึ้นแต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในเชิงปริมาณดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับภาคเกษตรกรรมนำไปสู่ข้อสรุปผลของการพัฒนาที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจดี สังคมมีปัญหา การพัฒนาคุณภาพของชุมชนและไม่ยั้งยืน ความเจริญทางเศรษฐกิจไม่อาจดำรงอยู่อย่างยั้งยืนได้ หากไม่คำนึงถึงการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยต้องมีการใช้อย่างเหมาะสมและมีเหตุผล เพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์พร้อมทั้งจัดการ และยังมีการคุ้มครองระบบนิเวศให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั้งยืน ประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากการพัฒนาประเทศและเริ่มกำหนดเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศที่มุ่งรักษาความสมดุลระหว่างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 เศรษฐกิจชุมชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน
เศรษฐกิจชุมชน คือ การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการทั้งในด้านการผลิต การบริโภค และการกระจายผลผลิต โดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชุมชน คือ ให้มีส่วนร่วมคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์ บนรากฐานของความสามารถที่มีอยู่ จากการใช้ “ทุนของชุมชน”สมาชิกในชุมชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า พวกเราจะผลิตอะไรได้บ้างตามศักยภาพและทุนประเภทต่างๆ ที่มีอยู่เราจะผลิตกันอย่างไร โดยที่ชุมชนสามารถ คิดเอง ทำเอง ได้เอง

 การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนควรมีเป้าหมายสำคัญที่ คือ
1. การพัฒนาขีดความสามารถของคน ครอบครัว และชุมชน
2. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
การมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนมีจุดแข็งที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา ก็คือ
1. คนในท้องถิ่นในชุมชนเดียวกันมีจิตสำนึกร่วมกัน
2. การมีความเอื้ออารี
3. การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
4. เป็นการพัฒนาที่เริ่มจากการกำหนดพื้นที่

ธุรกิจชุมชนสำหรับแนวทางในการพัฒนาชนบท

ธุรกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนที่ประกอบไปด้วย กิจกรรมทางการผลิต กิจกรรมทางการขายผลผลิต กิจกรรมการซื้อ และการบริโภคของชุมชนจะเห็นได้ว่าชุมชนซึ่งเป็นรากฐานของชนบทไทยจะเข้มแข็งได้นั้น ชุมชนจะต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งของชุมชนเอง โดยอาศัยความร่วมมือหรือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในอันที่จะพัฒนากลุ่มธุรกิจของชุมชนที่จัดตั้งขึ้นให้มีความเจริญเติบโต ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่ในภาคชนบทให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจชุมชนที่จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จได้นั้น ควรมีขั้นตอนที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. ค้นหาความต้องการของตลาด
ธุรกิจชุมชนจะต้องทราบถึง ความต้องการสินค้าและบริการของตลาด ความได้เปรียบทางด้านการผลิตหรือการแข่งขันเพราะชุมชนแต่ละพื้นที่มีความได้เปรียบทางด้านทรัพยากรที่แตกต่างกัน นั่นคือชุมชนควรตระหนักว่า จะนำทรัพยากรของชุมชนที่มีอยู่มาผลิตสินค้าอะไรซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ ปัญหาดังกล่าวนี้จะเรียกว่าปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ว่า ผลิตอะไร (What)
2. เลือกวิธีการผลิตที่เหมาะสม
ธุรกิจชุมชนต้องทราบว่าผู้ที่จะลงมือผลิตมีใครบ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตมีใครบ้าง จึงควรให้ผู้ที่มีความสามารถนี้เป็นผู้ลงมือผลิต ให้คำแนะนำในการผลิต ให้มีการระดมสมองของคนเหล่านี้ และยังสามารถพึ่งพาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น หน่วยงานราชการ สถาบันวิชาการต่างๆ นอกจากนี้ในการผลิตที่เหมาะสมของธุรกิจจะต้องคำนึงถึง ปัจจัยการผลิต อันประกอบด้วย ที่ดิน(Land) แรงงาน (Labor) ทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน (Capital) และ ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ ปัญหานี้จะเรียกว่าปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ว่าผลิตอย่างไร (How)
3. ใครคือกลุ่มเป้าหมาย
ธุรกิจชุมชนจะต้องทราบว่าควรขายสินค้าให้กับใคร และลูกค้าจะซื้อสินค้าของเราได้อย่างไร ซึ่งลูกค้าอาจแบ่งเป็น ลูกค้าท้องถิ่น และลูกค้านอกท้องถิ่น ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวสินค้าและความต้องการสินค้าจะเป็นตัวกำหนดว่า ลูกค้าเป็นใคร เช่น กรณีผ้าทอเกาะยอ ลูกค้าเป็นคนนอกท้องถิ่น กรณีปั๊มน้ำมัน ลูกค้าจะเป็นคนในท้องถิ่น สำหรับการเข้าถึงลูกค้านั้น สามารถแบ่งลูกค้าออกเป็นอีก 2 ประเภท ประกอบด้วย ลูกค้าปลีก คือ ลูกค้ารายย่อยที่ซื้อสินค้าเพื่อนำไปบริโภคเองและลูกค้าส่ง คือ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าในปริมาณมากเพื่อนำไปขายต่อ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ ปัญหานี้จะเรียกว่าปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ว่า ผลิตเพื่อใคร (For whom)
4. กำหนดรูปแบบที่เหมาะสม
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน แบ่งเป็น
1) กลุ่มที่ไม่เป็นทางการ(Informal Group) คือ ไม่มีการจดทะเบียนตามกรอบกฎหมายใดๆ มีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน แต่ไม่สามารถทำนิติกรรมในนามของกลุ่มได้ ข้อเสียของการตั้งกลุ่มแบบนี้คือ ไม่สามารถระดมเงินทุนได้ และข้อดี คือ การบริหารงานภายในกลุ่มมีความคล่องตัวเนื่องจากสมาชิกจะบริหารงานภายในกลุ่ม
2) กลุ่มที่เป็นทางการ (Formal Group) คือ กลุ่มที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็นในรูปของสหกรณ์ หรือบริษัท จำกัด ข้อเสียของการจัดตั้งกลุ่มคือ การบริหารงานมีความซับซ้อนมากขึ้นและมีความล่าช้า สำหรับข้อดี คือ การระดมทุนสามารถทำได้รวดเร็ว
ธุรกิจชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งในการยกระดับรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของชาวบ้านหรือเกษตรกรในชนบทที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของประเทศ หากกลุ่มชาวบ้านหรือกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้มีรายได้สูงขึ้นจะส่งผลกระทบด้านบวกต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยในการประกอบธุรกิจชุมชนควรมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนแบบพึ่งตนเอง ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัตถุดิบในชุมชน โดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชน

การดำเนินธุรกิจไปใช้ในการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น

การพัฒนาชุมชน เป็นการทำให้กลุ่มคนดีขึ้น เจริญขึ้น ในทุก ๆ ด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เป็นต้น การพัฒนาชุมชนก็คือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ชีวิตของชาวบ้าน ชีวิตของประชาชน ชีวิตของคนที่สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเหมาะสม  ไม่เป็นภาระไม่เกิดปัญหาแก่สังคม เป็นชีวิตที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ และใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ค่านิยมทางสังคมได้อย่างมีความสุข ชาวบ้าน ประชาชนจะมีร่างกาย และจิตใจที่สมบูรณ์อย่างนี้ได้ ต้องได้รับปัจจัยความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่พอเหมาะ พอดี ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า สุขภาพที่แข็งแรง และมีความมั่นคงในชีวิต

เป้าหมายของการพัฒนาชุมชน คือ คน ซึ่งเป็นกลุ่มอันหลากหลาย กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นหมู่บ้าน เป็นชุมชนเมือง เป้นกลุ่มอาชีพ เป็นกลุ่มกิจกรรม ฯลฯ กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ เราเห็นพ้องกันว่าการพัฒนาคน เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศที่ถูกต้อง การพัฒนาคนจึงเป็นเป้าหมายของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  และต่อใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รากฐานของประเทศดีขึ้น เจริญขึ้นในทุก ๆ ด้าน ประเทศชาติก็ดีขึ้น เจริญขึ้น เป็นสังคมพัฒนา สังคมพัฒนาดี สมาชิกในสังคมย่อมได้รับผลพวงของการพัฒนา ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน การเล็งเป้าการพัฒนาไปที่คน ก็คือการเล็งเป้าไปที่ชุมชน จึงเป็นภารกิจของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องร่วมมือกันพัฒนาอย่างจริงจัง รวมทั้งต้องพัฒนาคนเองด้วย เหมือนตนเองเป็นชุมชนหนึ่ง องค์กรทั้งหลายก็ต้องพัฒนาตนเองเช่นเดียวกัน เพราะองค์กรก็มีความเป็นชุมชนด้วย ถ้าเราจินตนาการว่าคนเหมือนเซล (cell) ของประเทศ (ร่างกาย) เซลทุกเซลได้รับการเอาใจใส่ดูแลให้ดี ทำให้พัฒนา ประเทศชาติหรือสังคมไทยเราจะเป็นอย่างไร ลองจินตนาการต่อไป เพราะฉะนั้น เป้าหมายของประเทศ หรือสังคม จึงต้องพัฒนาคนหรือชุมชน

สิ่งที่พึงกระทำก่อนในการพัฒนาชุมชน
สิ่งใดที่จะพึงกระทำก่อนหลัง ย่อมต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้คนในท้องถิ่นเป็นสำคัญย่อมแล้วแต่สภาพของท้องถิ่น ความต้องการพื้นฐานนั้นผู้คนจะแสดงออกให้เห็นได้แจ้งชัด ถือว่าเป็นปัญหาสังคม ซึ่งผู้คนเหล่านั้นต้องการให้หมดไป  หรือปรับปรุงให้ดีขึ้นและสิ่งที่พึงกระทำก่อนในการพัฒนาชุมชน คือ
1.  การป้องกัน ได้แก่ การรักษาความสงบสุขของผู้คนในท้องถิ่น
2.  การอนามัยเบื้องต้น ได้แก่ ความสะอาด สุขภาพ ร่างกาย โภชนาการที่เหมาะสม
3.  การเศรษฐกิจ ให้มีกินมีใช้มากกว่าเดิม
4.  การศึกษา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
5.  นันทนาการ มีสถานที่และอุปกรณ์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หาความสำราญและใช้เวลาว่าให้เป็นประโยชน์
6.  การให้บริการทางสังคมและสิ่งอำนวยความสุข มีการสังคมสงเคราะห์และบริการที่จำเป็น